Stephen Quay and Timothy Quay | UK | 2000 June 19, 2012 เราได้ดีวีดีรวมอะนิเมชั่นของสองพี่น้องตระกูลเควย์นี้มานานแล้ว เคยเปิดดูผ่านๆ ...

Stephen Quay and Timothy Quay | UK | 2000


June 19, 2012

เราได้ดีวีดีรวมอะนิเมชั่นของสองพี่น้องตระกูลเควย์นี้มานานแล้ว เคยเปิดดูผ่านๆ บางเรื่อง เพิ่งมาวันนี้เองที่ได้เปิดไปเรื่องหลังๆ ตั้งแต่ดูประปรายก่อนหน้านี้ เราเห็นได้แล้วล่ะถึงความมหัศจรรย์ของอะนิเมชั่นของพวกเขา มันแปลกปร่า หม่นมืด น่าทึ่ง และยากยิ่งหาอะไรเปรียบในตระกูลเดียวกัน แ่ต่ที่สุดของการดูครั้งนี้คือตอนได้สัมผัสถึงเรื่อง In Absentia (2000, 20 นาที)


คุณพระช่วย นี่เป็นอะนิเมชั่น+คนแสดงที่ต้อนเราไปจนมุมจริงๆ มันหม่นหมองสุดขั้ว หลอนสุดขีด เนื้อเรื่องเล็กๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งที่พยายามเขียนจดหมายไปหาชายคนรัก ปัญหาเพียงอย่างเีดียวนั้นคือ เธอเป็นผู้ป่วยซึ่งพำนักอยู่ในสถานบำบัดจิต ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะจรดดินสอเพื่อเขียนจดหมาย การไม่อาจควบคุมตัวและจิตใจ ดินสอหักและเหลาใหม่ In Absentia อาจดูต่างไปจากอะนิเมชั่นหลายเรื่องดังของพวกเขา แต่องค์ประกอบหลายอย่างก็ยังสะท้อนให้เห็นสไตล์เฉพาะและอัจฉริยภาพของพี่น้องคู่นี้ อะนิเมเตอร์ทั้งสองจับภาพมือที่กร้านโลก ปลายหักของดินสอและเศษริ้วจากการเหลา ตัวละครอะนิเมชั่นที่คอยสังเกตสังการาวกับภูติผีโดยเราไม่อาจเข้าใจได้แม่นมั่นว่าพวกนั้นคืออะไร อาจเป็นวิกลจริต ความเลวร้าว หรือกระทั่งความทรงจำ เมื่อมันปรากฏอยู่ในหนังของพี่น้องเควย์ มันดำรงอยู่อย่างแปลกประหลาดในโลกอันหม่นทราม ที่ซึ่งแสง จังหวะ และเวลาเคลื่อนไหวอย่างพิลึกพิลั่น และแน่นอนว่าอะนิเมชั่นเรื่องนี้บรรลุจุดสูงสุดของมันด้วยเสียงดนตรีที่หลอนและหดหู่สุดขีดของ Karlheinz Stockhausen

แม้มันจะหม่นและหดหู่ แต่พิกลที่ผลลงเอยกับเราด้วยความรู้สึกเศร้าจนแทบร่ำ และคล้ายหัวใจสลายลงอย่างสิ้นเชิง

Adam Brooks | USA et al. | 2008 June 18, 2012 อือฮึ เซอร์ไพร้ส์แฮะ อยากจะหวานกับเค้าบ้างเลยหยิบเรื่องนี้มาดู แล้วให้พบว่ามันดีไม่น้อย...

Adam Brooks | USA et al. | 2008


June 18, 2012

อือฮึ เซอร์ไพร้ส์แฮะ อยากจะหวานกับเค้าบ้างเลยหยิบเรื่องนี้มาดู แล้วให้พบว่ามันดีไม่น้อยในบรรดาหนังแนวทางเดียวกัน โรแมนติกมากโขอยู่ นั่นอาจเพราะเราไม่ค่อยเจอแนวเรื่องทำนองนี้จากหนังฮอลลีวูดกระมัง ให้ดิ้นเถอะ เผลอแอบคิดอีกจนได้ว่าถ้าเนื้อเรื่องแบบนี้ทำเป็นหนังญี่ปุ่น (เอาล่ะ หรือเกาหลีก็ได้ในปัจจุบัน) มันคงไปได้อีกหลายระดับ ตอนแรกก็ลังเลกระอักกระอ่วนอยู่ว่าการใส่ฉากหนังที่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1990 เข้ามานั้นมันจะเป็นการพยายามเกินไปที่จะให้หนัง "มีอะไร" มากไปหรือเปล่า แต่พอไปถึงตอนท้ายๆ เรื่อง เมื่อการคลี่คลายของตัวละครทุกตัวเริ่มนำไปสู่บทสรุป เรารู้สึกว่าภูมิหลังเหล่านั้นมีค่ากับตัวหนังและทำหน้าที่ของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลิ่นหวนรำลึกถึงอดีต (ระยะใกล้) อย่างเบาบาง ค่านิยมบางอย่างที่ดูจะไม่ใช่แบบอเมริกันที่เรารับรู้ ไรอัน เรย์โนลด์สที่ดูดีที่สุดในบรรดาหนังทั้งหมดที่เขาแสดงและเราเคยดู ราเชล วีสซ์ที่ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม เอลิซาเบธ แบงค์สซึ่งทำเป็นเล่นไป นี่อาจเป็นนักแสดงหญิงอเมริกันร่วมสมัยคนหนึ่งที่เราชอบมากที่สุดก็เป็นได้ และโดยเฉพาะอิสลา ฟิเชอร์ที่แสดงให้เห็นเลยว่ามีศักยภาพมากกว่าที่เคยตระหนักกันก็ได้ ทั้งหมดนี้ทำให้โรแมนติกดีและเหมาะกับเราจังเลย :)

Andrew Stanton | USA | 2012 June 17, 2012 สนุกดีแต่ไม่มีอะไรให้จดจำได้สักเท่าไหร่

Andrew Stanton | USA | 2012


June 17, 2012

สนุกดีแต่ไม่มีอะไรให้จดจำได้สักเท่าไหร่

 Hati Merdeka (original title) | Yadi Sugandi and Conor Allyn | Indoensia | 2011 June 13, 2012 ได้หนังเรื่องนี้มาจากควา...

 Hati Merdeka (original title) | Yadi Sugandi and Conor Allyn | Indoensia | 2011


June 13, 2012

ได้หนังเรื่องนี้มาจากความอนุเคราะห์ของเพื่อนที่กำลังตามหาและดูหนังจากอาเซียนมาดู นัยว่าเพื่อเตรียมตัว (ตามกระแส?) เข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่กำลังตื่นเต้นคึกคักกันอยู่ในเมืองไทยตอนนี้ เค้าแนะนำว่าหนังเรื่องนี้โด่งดังและประสบความสำเร็จมากๆ ในอินโดนีเซีย และว่าน่าจะดูเพื่อเปรียบเทียบกับนเรศวรของเราไ้ด้ดี

เราคงเปรียบเทียบไม่ได้หรอก เพราะนเรศวรนั้นจำไม่ได้แล้วว่าหยุดดูมันที่ภาคไหน และตอนนี้มันออกมากี่ภาคแล้วก็ไม่อาจทราบได้ ส่วนหนังอินโดนีเซียเรื่องนี้ Hati Merdeka เป็นภาคที่สามและภาคจบแล้ว สองภาคแรกเราได้ดูเมื่อสักพักหนึ่งแล้วจากการส่งเสริมของเพื่อนคนเดียวกัน ปัญหาใหญ่ประการเดียวก็คือ เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อินโดนีเซียสักเท่าไหร่เลย รู้อยู่บ้างว่าเคยปกครองโดยชาวดัตช์และต้องทำสงครามต่อสู้เพื่อเอกราชของชาติ หนังทั้งสามภาคก็จับช่วงเวลาเหตุการณ์สงครามเพื่อเอกราชนี้เอง ตัวละครหลายตัวมาแล้วก็ไป อาจเป็นตัวแทนของกลุ่มสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ช่วงนั้น แต่เพราะเราไม่มีความรู้ จึงอาจไม่สนุกกับส่วนนี้ได้ ส่วนตัวละครหลักก็ที่เห็นบนโปสเตอร์นั่นแหละ คิดๆ ดูแล้วต้องยอมรับว่าหนังสร้างบุคลิกของตัวละครเหล่านี้ได้ค่อนข้างดีมากนะ ไม่ค่อยได้สุงสิงกับคนอินโดนีเซีย และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้สึกว่า ว้าว หนุ่มอินโดฯ นี่ก็มีเสน่ห์ยวนใจไม่น้อยนะ ดูแกร่งเป็นชายดี 

หนังภาคนี้สนุกน้อยกว่าสองภาคแรก จู่ๆ ก็จบห้วนๆ ทั้งๆ ที่ปูพื้นสถานการณ์มายาวนาน เอ๊ะ หรือว่าจะมีภาคต่ออีกก็ไม่รู้นะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เราสนุกกับมันมากกว่าตอนดูนเรศวรมากมายนัก มากมายอย่างเทียบกันไม่ได้เอาเสียเลย

Ridley Scott | USA, UK | 1979 June 9, 2012

Ridley Scott | USA, UK | 1979


June 9, 2012

Kenneth Bi | Singapore, Hong Kong | 2004 June 7, 2012

Kenneth Bi | Singapore, Hong Kong | 2004


June 7, 2012

จรัญ พรหมรังษี | 2519 [1976] June 6, 2012

จรัญ พรหมรังษี | 2519 [1976]


June 6, 2012